หน้าเว็บ

ทำใมต้องประชามติ



    เหลืออีกไม่นานแล้วซินะที่จะถึงวันที่ 7 สิงหาคม ที่จะต้องลงประชามติกัน ใครจะอยู่ หรือ ใครจะไป คงจะรู้ๆกันอยู่แล้ว ยังไงๆก็หนีไม่พ้นแน่ที่ว่าประชาชนต้องเป็นฝ่ายไป เห็นมาก็มากกลุ่มอยู่หรอกที่ออกมาเคลื่อนไหว ว่าไม่รับบ้าง ต้องไม่โกงบ้าง ซึ่งมันได้สวนทางกับความเป็นจริงอย่างมากๆ


คำว่าประชามติ   มันต้องมีพื้นฐานของความเป็นจริง เช่น รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง ในสภาเขากำลังจะออกกฎหมายอย่างใดอย่างหนึ่ง หรือ กำลังจะดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่ง แล้วให้มีการดีเบต หรือ กลุ่มต่างๆที่เห็นด้วย หรือ ไม่เห็นด้วย ต้องวิพากษ์วิจารณ์ได้อย่างเสรีภาพ แล้วให้ประชาชนทั้งประเทศได้ลงประชามติกัน แต่ กลุ่มโจรกบฎกลุ่มนี้ก่อนจะปล้นอำนาจจากประชาชนไปทำใมไม่ลงประชามติก่อนล่ะว่า กู จะยึดอำนาจแล้วนะ...สัส

ผู้เขียนและกลุ่มของผู้เขียนไม่เคยสนใจเรื่องลงประชามติในครั้งนี้เลยเพราะเราได้คิดไปถึงอนาคตข้างหน้ากันหมดแล้ว ผู้เขียนไม่มีเจตนาที่จะต่อว่าให้กลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเพียงแต่ให้หยุดคิดกันเสียบ้าง ก็อย่างที่บอกในบทความที่ผ่านๆมา นึกหรือว่าหลังเลือกตั้งแล้วการเมืองมันจะไปได้ด้วยดี นึกกันบ้างหรือไม่ว่าพอเลือกตั้งแล้วได้คนของประชาชนเป็นนายกฯแล้วประชาชนจะลืมตาอ้าปากได้ ( ฝันไปเถอะ ) สักพักมันก็จะกลับเข้าสู่วังวนเดิมๆกันอีก แน่นอนพวกนักการเมืองยังไงๆพวกนี้ก็ต้องรอวันเลือกตั้งกันอยู่แล้วเพื่อที่จะได้กลับเข้ามากันใหม่อีกครั้ง แต่ถามเถอะว่าเข้ามากันแล้วมันได้อะไรกัน ไหนล่ะความเป็นอยู่ของประชาชน ไหนล่ะความถูกต้องที่ถูกกระทำมา และไหนไหนอีกมากมายที่จะบรรยายตรงนี้ไม่หมด เวลาที่ผ่านมามันก็การันตีได้แล้วว่านักการเมือง( โดยเฉพาะ ) พรรคเพื่อไทย หนีห่ากันหมดที่เห็นๆทุกวันนี้ก็มีไม่กี่คนที่เคียงบ่าเคียงไหล่กับประชาชน

มีกลุ่มต่างๆที่ออกมารณรงค์ไปในรูปแบบต่างๆ ถามหน่อย ออกมารณรงค์กันว่า ไม่ล้ม ไม่โกง ไม่รับ ที่ออกกันมาน่ะนั่นก็หมายความว่าเห็นดีเห็นงามกับรัฐธรรมนูญฉบับโจรกันแล้ว ถ้าจะเอาให้ดี ต้องออกรณรงค์ว่า ไม่ไป ไม่สน ไม่ยอมรับรัฐธรรมนูญฉบับโจรฉบับนี้โดยเด็จขาด รัฐธรรมนูญต้องมาจากประชาชนเท่านั้น


29 มิถุนายน 2559